เหล็กกัลวาไนซ์ เป็นวัสดุยอดนิยมที่ทนทานต่อสนิมได้ดี แต่การทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ ให้ติดแน่น สวยทนทาน และไม่ลอกล่อนนั้น จำเป็นต้องมีเทคนิคเฉพาะ เพราะผิวเหล็กมีความมันวาวและลื่นกว่าเหล็กทั่วไป บทความนี้จะเปิดเผยขั้นตอนสำคัญที่ทำให้งานสีเหล็กของคุณออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
เหล็กกัลวาไนซ์ คือ เหล็ก ที่ผ่านกระบวนการเคลือบผิวด้วยสังกะสี (Zinc) เพื่อให้ สังกะสี ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันเนื้อ เหล็ก จากการกัดกร่อนและสนิม โดยวิธีการเคลือบที่นิยมที่สุดคือการชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (Hot-dip Galvanizing) เหล็กกัลวาไนซ์ จึงเป็นทางเลือกที่โดดเด่นสำหรับการใช้งานภายนอกอาคารหรือในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง
คุณสมบัติที่โดดเด่นของ เหล็กกัลวาไนซ์ คือความสามารถในการป้องกันการเกิดสนิมได้ดีเยี่ยม แม้ในพื้นที่ที่มีสภาวะการกัดกร่อนสูงอย่างบริเวณใกล้ทะเล เหล็กกัลวาไนซ์ มีความแข็งแรงทนทาน สามารถรับน้ำหนักและทนต่อแรงดันได้ดี และสามารถใช้งานในที่โล่งแจ้งได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการผุกร่อนเร็วเท่า เหล็ก ทั่วไป

การทำความเข้าใจข้อดีและข้อจำกัดของ เหล็กกัลวาไนซ์ จะช่วยให้คุณวางแผนการใช้งานและเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ ได้อย่างเหมาะสม

เพื่อให้ฟิล์มสีติดแน่น ทนนาน และสวยงาม การทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับพื้นผิวโลหะมันวาว ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอนสำคัญ
การเตรียมพื้นผิวให้สะอาดคือหัวใจสำคัญของงานทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ โดยเฉพาะ เหล็ก ใหม่ที่มักมีคราบน้ำมันเคลือบป้องกันสนิมจากโรงงาน ควรใช้ผ้าชุบทินเนอร์เช็ดคราบน้ำมันออกให้หมด จากนั้นล้างผิวให้สะอาดเพื่อกำจัดคราบไขมัน ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่อาจขัดขวางการยึดเกาะของสี ส่วนเหล็กเก่าให้ขัดสนิมและขูดลอกสีเดิมที่เสื่อมสภาพออกก่อน
เนื่องจากผิว เหล็กกัลวาไนซ์ ใหม่มีความเรียบและมันวาวสูง จำเป็นต้องใช้วอชไพร์เมอร์ (Wash Primer) ซึ่งเป็นสีรองพื้นพิเศษที่ช่วย "เปิดผิว" ให้เกิดความสากเล็กน้อยก่อนลงสีชั้นถัดไป วอชไพร์เมอร์จะช่วยให้สีทับหน้ายึดเกาะกับผิว สังกะสี ได้แน่นยิ่งขึ้นและป้องกันการลอกล่อนในระยะยาว โดยทั่วไปจะเป็นสีรองพื้นชนิด 2 ส่วนผสม ต้องผสมตามอัตราส่วนที่กำหนด และทาให้แห้งสนิทก่อนลงขั้นตอนต่อไป
แม้ เหล็กกัลวาไนซ์ จะมีคุณสมบัติกันสนิมในตัว แต่บริเวณรอยเจาะ รอยตัด หรือรอยการเชื่อมมักสูญเสียชั้น สังกะสี ไป การทาสีรองพื้นกันสนิมเพิ่มอีกหนึ่งชั้นจึงเป็นขั้นตอนที่แนะนำอย่างยิ่ง เพื่อเพิ่ม ความทนทาน และป้องกันการเกิดสนิมในจุดเสี่ยงเหล่านี้ สีรองพื้นควรเลือกใช้ชนิดที่ออกแบบมาเพื่อ เหล็กกัลวาไนซ์ หรือโลหะมันวาวโดยเฉพาะ เช่น สีรองพื้นซิงค์ฟอสเฟต หรือสีรองพื้นอีพ็อกซี่ชนิดสองส่วนที่มีประสิทธิภาพสูง ทาสีรองพื้น 1 เที่ยว แล้วปล่อยให้แห้งสนิท
ขั้นตอนสุดท้ายคือการทาสีเคลือบเงา หรือสีทับหน้า เพื่อให้ได้สีสันที่ต้องการ เพิ่มความสวยงาม เงางาม และช่วยปกป้องผิว เหล็ก จากรังสี UV ความชื้น และสภาพอากาศภายนอก ควรทาสีเคลือบเงาจำนวน 2 เที่ยว โดยเว้นระยะให้สีแต่ละชั้นแห้งสนิทตามที่ผู้ผลิตกำหนด (ประมาณ 8-10 ชั่วโมง) ก่อนลงเที่ยวถัดไป เพื่อให้ฟิล์มสีเซตตัวได้อย่างสมบูรณ์และให้ ความทนทาน ต่อการใช้งานอย่างยาวนาน
การทาสีเหล็กกัลวาไนซ์ ให้สวยงาม ทนนาน และไม่เป็นสนิมนั้น ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ทำตาม 4 ขั้นตอนที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมพื้นผิว การใช้วอชไพร์เมอร์ การทาสีรองพื้นกันสนิม และการทาสีเคลือบเงา เท่านี้ก็ช่วยยืดอายุงานสีและป้องกันการลอกล่อนได้แล้ว
สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหา เหล็กกัลวาไนซ์ และ เหล็ก คุณภาพสูงที่ได้มาตรฐาน NS-SUS พร้อมเป็นผู้นำในการให้บริการผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรม เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านความทนทานของคุณได้อย่างดีเยี่ยม
ไม่จำเป็นในทุกส่วน แต่แนะนำให้ทาสีรองพื้นกันสนิมที่บริเวณรอยการเชื่อมหรือรอยตัด เพื่อป้องกันการเกิดสนิมเฉพาะจุด
ไม่ได้ ควรใช้สีรองพื้นพิเศษ (วอชไพร์เมอร์) หรือสีรองพื้นกันสนิมที่ระบุว่าใช้กับ เหล็กกัลวาไนซ์ ได้ เพื่อป้องกันการลอกล่อน
วอชไพร์เมอร์มีหน้าที่ "เปิดผิว" ที่มันวาวของ เหล็กกัลวาไนซ์ ให้มีความสาก เพื่อเพิ่มการยึดเกาะของฟิล์มสีชั้นถัดไป
ควรทาสีรวม 3-4 ชั้น คือ วอชไพร์เมอร์ 1 เที่ยว สีรองพื้นกันสนิม 1 เที่ยว และทาสีเคลือบเงา 2 เที่ยว