ในการเลือกวัสดุสำหรับงานก่อสร้าง หรืองานโครงสร้างต่าง ๆ ชื่อของ เหล็กดำ และ เหล็กกัลวาไนซ์ มักถูกนำมาเปรียบเทียบกันเสมอ เพราะทั้งสองชนิดต่างเป็นวัสดุหลักที่ให้ความแข็งแรง แต่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันสนิม บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความแตกต่างที่แท้จริงระหว่าง เหล็กดำกับเหล็กกัลวาไนซ์ เพื่อให้คุณเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับประเภทงานและสภาพแวดล้อมที่ต้องการ

เหล็กดำ หรือที่เรียกกันว่า เหล็กรูปพรรณดำ หรือ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ คือเหล็กที่ผลิตจากการหล่อหรือนำเหล็กมารีดขึ้นรูปให้ได้รูปทรงตามมาตรฐาน มอก. โดยที่พื้นผิวของเหล็กจะคงสภาพเป็นสีดำหรือสีเทาดำตามธรรมชาติของเนื้อเหล็ก ไม่ได้มีการเคลือบสารป้องกันสนิมใด ๆ เพิ่มเติม ทำให้ เหล็กดำ มีราคาถูกกว่าและหาซื้อได้ง่ายกว่า เหมาะสำหรับงานโครงสร้างที่เน้นความแข็งแรงเชิงกลเป็นหลัก
คุณสมบัติเด่นของ เหล็กดำ คือ มีความแข็งแรงเชิงกลสูง มีความทนทานต่อแรงอัด แรงดึง และแรงเฉือนได้ดีเยี่ยม สามารถรองรับน้ำหนักได้มาก และยังมีคุณสมบัติในการเชื่อมที่ดีเยี่ยม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการนำไปใช้ในงานโครงสร้างหลักที่ต้องรับภาระสูง
การทราบข้อดีและข้อจำกัดของ เหล็กดำ จะช่วยให้ผู้ประกอบการและผู้ใช้งานสามารถประเมินความคุ้มค่าและความเหมาะสมในการใช้งานได้อย่างรอบด้าน
ข้อดี
ข้อจำกัด

เหล็กกัลวาไนซ์ คือ เหล็ก ที่ผ่านกระบวนการเคลือบผิวด้วยสังกะสี (Zinc) หรือที่เรียกว่า Galvanization เพื่อสร้างชั้นป้องกันสนิมให้กับเนื้อเหล็ก ชั้นเคลือบสังกะสีนี้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันและยังทำหน้าที่เป็นโลหะพลีชีพ (Sacrificial Anode) ทำให้เหล็กไม่ถูกการกัดกร่อนโดยตรง กระบวนการผลิตที่เพิ่มเข้ามานี้ ทำให้ เหล็กกัลวาไนซ์ มักมีราคาสูงกว่า เหล็กดำ แต่มีคุณสมบัติที่โดดเด่นในด้านความทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอก
เหล็กกัลวาไนซ์ มีคุณสมบัติหลักคือ ความทนทานต่อการกัดกร่อน ที่เหนือกว่า เหล็กดำ มาก สามารถต้านทานการเกิดสนิมได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ต้องสัมผัสกับน้ำหรือความชื้นโดยตรง และเนื่องจากไม่ต้องผ่านขั้นตอนการทาสีรองพื้น จึงพร้อมใช้งานได้ทันที มีน้ำหนักค่อนข้างเบา และมักใช้ในงานที่ต้องการความทนทานระยะยาวภายนอกอาคาร
หล็กกัลวาไนซ์ เป็นทางเลือกที่เน้นความสะดวกและอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรทราบก่อนตัดสินใจเลือกใช้
ข้อดี
ข้อจำกัด
แม้จะมีพื้นฐานมาจากเหล็กเหมือนกัน แต่ เหล็กดำกับเหล็กกัลวาไนซ์ มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในหลายมิติ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจในการเลือกใช้ในงานก่อสร้าง การเปรียบเทียบในประเด็นสำคัญจะช่วยให้เห็นภาพรวมของวัสดุทั้งสองชนิดได้ง่ายขึ้น
เหล็กดำ เน้นคุณสมบัติเชิงกล คือมีความแข็งแรงสูงและสามารถรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม จึงเหมาะสำหรับโครงสร้างที่ต้องแบกรับภาระหนัก ในขณะที่ เหล็กกัลวาไนซ์ เน้นคุณสมบัติทางเคมี คือมีชั้นเคลือบสังกะสีที่ให้ ความทนทานต่อการกัดกร่อน เป็นหลัก ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาสีรองพื้นในการป้องกันสนิม แต่ความสามารถในการรับน้ำหนักจะต่ำกว่า
เหล็กกัลวาไนซ์ มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า เหล็กดำ โดยเฉพาะในสภาวะที่มีความชื้นสูงหรือติดทะเล ซึ่งสามารถใช้งานได้ถึง 15-20 ปีโดยไม่ต้องบำรุงรักษามากนัก ส่วน เหล็กดำ นั้นจะมีอายุการใช้งานสั้นกว่ามากหากไม่มีการป้องกันผิวด้วยสีรองพื้นกันสนิมอย่างสม่ำเสมอ แต่หากมีการทาสีตามระบบงานเหล็กที่ถูกต้องและมีการบำรุงรักษา ก็สามารถยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานได้เช่นกัน
ปัจจัยด้านราคาคือความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด เหล็กดำ มีราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่า เหล็กกัลวาไนซ์ ประมาณ 15-25% ต่อกิโลกรัม เนื่องจากไม่มีขั้นตอนการเคลือบสังกะสีที่มีต้นทุนสูง อย่างไรก็ตาม การคำนวณต้นทุนรวมของงานควรนำราคาของสีรองพื้นกันสนิม ค่าแรง และเวลาที่ใช้ในการทาสีมาพิจารณาด้วย ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนรวมของ เหล็กดำ ใกล้เคียงหรือสูงกว่า เหล็กกัลวาไนซ์ ในบางกรณี
ในแง่ของความทนทานเชิงกล เหล็กดำ (เช่น เกรด SS400) มีกำลังรับแรงดึงที่สูง ทำให้เหมาะกับโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงสูงและรับน้ำหนักมากๆ แต่ในแง่ของความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เหล็กกัลวาไนซ์ ซึ่งมีชั้นสังกะสีเคลือบ จะให้ ความทนทานต่อการกัดกร่อน ที่ดีกว่ามาก และใช้งานได้ยาวนานในพื้นที่เสี่ยงสนิม
เหล็กดำ เหมาะสำหรับงานโครงสร้างหลัก เช่น เสา คาน และโครงสร้างอาคารขนาดใหญ่ที่เน้นการรับน้ำหนัก และมักใช้ในงานที่อยู่ภายในอาคาร
เหล็กกัลวาไนซ์ เหมาะสำหรับงานโครงสร้างรอง หรืองานที่ต้องการ ความทนทานต่อการกัดกร่อน สูง เช่น โครงหลังคา ราวบันได รั้ว และโครงสร้างที่ติดตั้งภายนอกอาคาร หรือในบริเวณใกล้เคียงทะเล
การตัดสินใจเลือกระหว่าง เหล็กดำกับเหล็กกัลวาไนซ์ ควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของงานและสภาพแวดล้อมเป็นหลัก หากเน้น ความแข็งแรงสูง และรับน้ำหนักมาก เหล็กดำ คือทางเลือกที่ดีที่สุด แต่หากต้องการ ความทนทานต่อการกัดกร่อน และอายุการใช้งานที่ยาวนานโดยไม่ต้องการการบำรุงรักษามากนัก เหล็กกัลวาไนซ์ ย่อมให้ ความคุ้มค่า ในระยะยาวมากกว่า
NS-SUS มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการจัดหาผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าคุณภาพสูง ทั้ง เหล็กดำ และ เหล็กกัลวาไนซ์ ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรม พร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมที่สุดเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของทุกโครงการ
ต่างกันที่ เหล็กกัลวาไนซ์ มีชั้น สังกะสี เคลือบผิวเพื่อป้องกันสนิม ทำให้มีความ ทนทาน สูงกว่า เหล็กดำ ที่เป็นเนื้อเหล็กล้วนๆ
เหล็กกัลวาไนซ์ ทนทานต่อสนิมได้ดีกว่ามาก เนื่องจากมีชั้น สังกะสี เคลือบผิวป้องกัน การกัดกร่อน ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง
โดยทั่วไปงานโครงสร้างหลักที่เน้นการรับน้ำหนักสูง ควรเลือกใช้ เหล็กดำ เพราะมี ความแข็งแรงสูง และกำลังรับแรงดึงที่ดีกว่า
ไม่จำเป็นต้องทาสีรองพื้นกันสนิม เพราะชั้น สังกะสี ทำหน้าที่ป้องกันสนิมแล้ว แต่หากต้องการทาสีเพื่อความสวยงาม ก็สามารถทำได้