Surface Treatment คืออะไร มีกี่ประเภท และแบบไหนได้รับความนิยมมากที่สุด

24 ธันวาคม 2025

Surface Treatment คืออะไร มีกี่ประเภท และแบบไหนได้รับความนิยมมากที่สุด

ในโลกของวัสดุและอุตสาหกรรมการผลิต คุณภาพของชิ้นงานไม่ได้ตัดสินกันที่วัสดุตั้งต้นเท่านั้น แต่การปรับปรุงคุณสมบัติของพื้นผิวก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นด่านแรกที่รับมือกับสภาพแวดล้อมและแรงกระทำต่าง ๆ เช่น การทำ surface treatment แล้ว Surface Treatment ที่ว่านี้คืออะไร มีกี่ประเภท และกระบวนการไหนที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเพิ่มมูลค่าชิ้นงาน บทความนี้มีคำตอบให้คุณ

 

Surface Treatment คืออะไร

Surface Treatment คือ กระบวนการปรับปรุงพื้นผิวของวัสดุหรือชิ้นงานให้มีคุณสมบัติที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในด้านความแข็งแรง ความทนทานต่อการสึกหรอ และการป้องกันการกัดกร่อน กระบวนการนี้อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผิวสัมผัส การดัดแปลงโครงสร้างของผิววัสดุ หรือการเคลือบด้วยสารอื่น ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของชิ้นงานให้ยาวนานที่สุด

 

ประโยชน์ของ Surface Treatment

ประโยชน์ Surface Treatment

 

การทำ Surface Treatment ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะให้ประโยชน์หลากหลายมิติแก่ชิ้นงาน ประโยชน์หลักคือการเพิ่มความทนทานต่อการสึกหรอ ป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อม เช่น ความชื้น สารเคมี และยังช่วยเพิ่มความแข็งผิว ทำให้ชิ้นงานทนทานต่อแรงกระแทกหรือแรงเสียดทานได้ดีขึ้นมาก นอกจากนี้ยังช่วยให้ชิ้นงานมีความสวยงามและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

ประเภทของ Surface Treatment

ประเภท Surface Treatment

 

Surface Treatment สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะหลัก ๆ ตามวิธีการและวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงชิ้นงาน ได้แก่ การขัดผิว (การเตรียมผิว) การดัดแปลงคุณสมบัติของผิวชิ้นงานโดยตรง และการสร้างฟิล์มเคลือบบนผิว

 

การขัดผิว หรือ การเตรียมผิว

การขัดผิว ถือเป็นวิธีการทำ Surface Treatment ที่เก่าแก่และเป็นพื้นฐานที่สุด มีเป้าหมายหลักในการปรับปรุงความเรียบเนียนของพื้นผิว ลบคม ลบคราบ หรือเตรียมพื้นผิวเพื่อรองรับกระบวนการเคลือบในขั้นตอนต่อไป การขัดผิวช่วยให้ชิ้นงานมีผิวสัมผัสที่ได้มาตรฐานและมีความสวยงามสม่ำเสมอ

 

การพ่นทราย (Sandblasting) หรือ การพ่นโลหะ (Shot blasting)

การพ่นทราย หรือ Sandblast เป็นวิธีการขัดผิวโดยใช้แรงดันสูงในการพ่นเม็ดทรายหรือเม็ดวัสดุ (มีเดีย) ให้กระทบกับผิวชิ้นงาน สามารถทำได้ตั้งแต่การขัดผิวหยาบ การทำผิวแบบลูกแพร์ ไปจนถึงการลบคมที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งช่วยให้พื้นผิวสะอาดและพร้อมสำหรับการเคลือบต่อไป

 

การขัดโดยใช้เครื่องบาเรล

วิธีนี้จะนำวัสดุชิ้นงานหลายชิ้นพร้อมกับเม็ดมีเดียและน้ำยาขัดใส่ลงในถังบาเรล จากนั้นเครื่องจะทำการหมุนหรือสั่นคล้ายเครื่องซักผ้า ทำให้เม็ดมีเดียที่ใส่เข้าไปขัดกับชิ้นงานอย่างต่อเนื่องจนผิวมีความเรียบเนียนและสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับชิ้นงานขนาดเล็กจำนวนมาก

 

การแกะชิ้นงาน (Etching) 

เป็นวิธีการที่ใช้ของเหลวหรือสารกัดกร่อนทำการกัดผิวชิ้นงานส่วนที่ไม่ต้องการออกอย่างแม่นยำ หรือเรียกว่าการกัดผิวด้วยสารเคมี (Chemical Etching) สามารถใช้เพื่อเตรียมพื้นผิวสำหรับงานบางประเภท หรือใช้เพื่อป้องกันการกัดกร่อนเฉพาะจุดได้

 

การดัดแปลงคุณสมบัติของผิวชิ้นงาน

การดัดแปลงคุณสมบัติชิ้นงาน เป็น Surface Treatment ที่เน้นการปรับเปลี่ยนคุณสมบัติทางกายภาพและโครงสร้างของพื้นผิวชิ้นงานโดยตรง เช่น การเพิ่มความแข็ง หรือการเหนี่ยวนำให้เกิดแรงอัดตกค้างที่ผิว เพื่อให้ผิวมีความทนทานต่อการสึกหรอ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

 

Shot Peening

มีวัตถุประสงค์หลักในการทำให้ชิ้นงานมีความแข็งและทนทานต่อความล้า (Fatigue) มากขึ้น โดยการใช้เม็ดมีเดียร์ทรงกลมยิงให้กระทบกับผิวชิ้นงานด้วยแรงสูง ทำให้เกิดแรงอัดตกค้างที่ผิว ซึ่งเป็นการเพิ่มความอัดแน่นของผิวชิ้นงานให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

 

การหลอมผิว (Thermal treatment) 

เป็นการปรับปรุงคุณสมบัติของวัสดุ โดยเฉพาะเหล็กกล้า ผ่านการเพิ่มความร้อนและควบคุมบรรยากาศ (เช่น การชุบแข็งแบบ Carburizing) เพื่อให้คาร์บอนซึมเข้าไปในผิว ทำให้ผิวมีความแข็งแกร่งมาก แต่ยังคงความเหนียวและยืดหยุ่นไว้ภายใน ช่วยให้เหล็กแตกหักยากขึ้น

 

การสร้างฟิล์ม

การสร้างฟิล์ม เป็น Surface Treatment ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในอุตสาหกรรม เป็นการเคลือบสารอื่น ๆ ให้ติดอยู่บนผิวชิ้นงานเพื่อสร้างชั้นฟิล์มบาง ๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการป้องกัน (การป้องกันการกัดกร่อน การทนทานต่อการสึกหรอ), การตกแต่ง (ดีไซน์), การเปลี่ยนแปลงมิติ (เพิ่มความหนา) และการเพิ่มฟังก์ชันพิเศษ เช่น คุณสมบัติทางไฟฟ้า

 

การเคลือบสี

การเคลือบสี เป็นวิธีการสร้างฟิล์มที่ง่ายและคุ้นเคยที่สุด โดยการทา พ่น หรือใช้กระบวนการชุบด้วยไฟฟ้า (Electroplating  เพื่อสร้างชั้นฟิล์มสีบนผิวชิ้นงาน การเคลือบสีช่วยให้ชิ้นงานมีความสวยงาม และยังทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันสนิมและการกัดกร่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สรุปบทความ

Surface Treatment ไม่ว่าจะเป็นการขัดผิว การดัดแปลง หรือการสร้างฟิล์ม ล้วนเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและประสิทธิภาพให้กับชิ้นงานโลหะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความทนทานต่อการสึกหรอ และการป้องกันการกัดกร่อน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าที่มีคุณภาพและผ่านกระบวนการการทำผิวที่ได้มาตรฐาน NS-SUS มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการส่งมอบเหล็กเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรม พร้อมให้คำปรึกษาด้านวัสดุและการปรับปรุงคุณสมบัติ เพื่อให้ชิ้นงานของคุณมีคุณภาพสูงสุด

 

คำถามที่พบบ่อย

Surface Treatment มีอะไรบ้าง

Surface Treatment แบ่งเป็น 3 หลักคือ การขัดผิว (การทำผิว) การดัดแปลงคุณสมบัติผิว และการสร้างฟิล์มเคลือบ เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติต่าง ๆ

 

Double Surface Treatment คือ

Double Surface Treatment คือ การรวมกระบวนการ Surface Treatment สองชนิดเข้าด้วยกัน เช่น การชุบสังกะสีตามด้วยการเคลือบสี เพื่อให้ได้ความทนทานที่สูงขึ้นและคุณสมบัติที่ซับซ้อน

 

กระบวนการ Heat Treatment คือ

กระบวนการ Heat Treatment คือ การให้ความร้อนและความเย็นแก่โลหะอย่างมีระบบ เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างจุลภาคและคุณสมบัติทางกล เช่น การชุบแข็ง หรือการลดความเค้น

Related Article