เปิดข้อดีของกระบวนการชุบสังกะสี แบบจุ่มร้อน ที่คุณควรรู้

05 ธันวาคม 2025

เปิดข้อดีของกระบวนการชุบสังกะสี แบบจุ่มร้อน ที่คุณควรรู้

เมื่อพูดถึงการปกป้องเหล็กจากสนิม หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพและได้รับความนิยมสูงสุดคือ การชุบสังกะสี แบบจุ่มร้อน หรือที่เรียกกันว่า Hot-Dip Galvanizing ซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มความทนทานให้กับวัสดุ วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับกระบวนการนี้ให้มากขึ้นว่ามีข้อดีและขั้นตอนอย่างไรบ้าง

 

ประโยชน์ของกระบวนการชุบสังกะสี แบบจุ่มร้อน

การชุบสังกะสี แบบจุ่มร้อน มีประโยชน์มากมายที่ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างต่าง ๆ โดยประโยชน์ของกระบวนการชุบสังกะสี แบบจุ่มร้อน ได้แก่

  • ป้องกันสนิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ : สังกะสีจะทำหน้าที่เป็นชั้นป้องกันไม่ให้ออกซิเจนและความชื้นสัมผัสกับเนื้อเหล็กโดยตรง และทำหน้าที่เป็นโลหะเสียสละ (Sacrificial metal) ทำให้เหล็กไม่ขึ้นสนิม
  • ครอบคลุมทุกซอกมุม : การจุ่มเหล็กลงในบ่อสังกะสีหลอมเหลวทำให้สังกะสีสามารถเคลือบผิวได้ทั่วถึงแม้ในจุดที่เข้าถึงยากทั้งภายนอก ภายใน รอยเชื่อม มุม หรือขอบคม
  • ความทนทานสูง : ชั้นเคลือบสังกะสีมีความแข็งแรงทนทานต่อการขีดข่วนและการกระแทกในระหว่างการขนส่งและการติดตั้ง และเมื่อเกิดรอยขีดข่วน สังกะสีจะสึกแทนเหล็ก

 

6 ขั้นตอนการชุบสังกะสี แบบจุ่มร้อน

เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์และได้มาตรฐาน การชุบสังกะสี แบบจุ่มร้อน จะต้องผ่าน 6 ขั้นตอนสำคัญที่ละเอียดอ่อนและแม่นยำ ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพของชั้นเคลือบสังกะสีที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง

 

1. กำจัดสิ่งสกปรกออกให้หมด

ขั้นตอนแรกคือการทำความสะอาดผิวเหล็กอย่างละเอียดด้วยสารละลายด่าง (Caustic Cleaning) เพื่อกำจัดคราบน้ำมัน จาระบี และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่เกาะอยู่บนพื้นผิวออกให้หมดจด ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก เพราะหากผิวเหล็กไม่สะอาดพอ การเคลือบสังกะสีจะไม่สมบูรณ์และไม่สามารถยึดเกาะกับเนื้อเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

2. ล้างด้วยน้ำสะอาด

หลังจากที่ผ่านการทำความสะอาดด้วยด่างแล้ว ชิ้นงานจะถูกนำมาล้างด้วยน้ำสะอาด เพื่อชำระล้างสารเคมีและสิ่งสกปรกที่ตกค้างออกไปให้หมด ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป การล้างด้วยน้ำสะอาดเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ผิวเหล็กมีความพร้อมสำหรับการเตรียมผิวในลำดับถัดไป

 

3. กัดด้วยกรด

ขั้นตอนที่สามคือการนำชิ้นงานไปแช่ในสารละลายกรด เช่น กรดไฮโดรคลอริก เพื่อกำจัดคราบสนิม คราบออกไซด์ และสิ่งปนเปื้อนที่หลงเหลืออยู่บนผิวเหล็กให้หมดสิ้น การกัดด้วยกรดนี้จะช่วยให้ผิวเหล็กมีความเรียบและสะอาด เพื่อให้สังกะสีสามารถยึดเกาะกับผิวเหล็กได้อย่างแน่นหนา

 

4. ทำให้เหล็กแห้ง

หลังจากผ่านการแช่น้ำยาประสานแล้ว ชิ้นงานจะถูกนำไปอบแห้งหรือผึ่งลมให้แห้งสนิท เพื่อกำจัดความชื้นที่หลงเหลืออยู่บนผิวออกให้หมด หากยังมีความชื้นอยู่เมื่อนำไปจุ่มในสังกะสีหลอมเหลว อาจเกิดปฏิกิริยาที่ทำให้สังกะสีกระเด็นและเป็นอันตรายได้

 

5. ชุบเคลือบสังกะสี

นี่คือขั้นตอนสำคัญของกระบวนการชุบสังกะสี แบบจุ่มร้อน ชิ้นงานเหล็กจะถูกนำไปจุ่มลงในอ่างสังกะสีหลอมเหลวที่อุณหภูมิประมาณ 450 องศาเซลเซียส สังกะสีจะทำปฏิกิริยากับเนื้อเหล็กและสร้างชั้นเคลือบที่แข็งแกร่ง หนา และยึดติดกับเนื้อเหล็กอย่างถาวร ความหนาของชั้นเคลือบจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของเหล็กและระยะเวลาที่จุ่ม

 

6. ตรวจสอบคุณภาพเหล็ก

เมื่อชุบเคลือบเสร็จแล้ว ชิ้นงานจะถูกนำมาตรวจสอบคุณภาพ เพื่อให้แน่ใจว่าการชุบสังกะสี แบบจุ่มร้อน เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด โดยจะมีการตรวจสอบความหนาของชั้นสังกะสี ความเรียบเนียนของผิวงาน และความสม่ำเสมอในการเคลือบ หลังจากนั้นจึงทำการกำจัดส่วนเกินและทำให้ชิ้นงานเย็นลงก่อนนำไปใช้งาน

 

สรุปบทความ

การชุบสังกะสี แบบจุ่มร้อน เป็นกระบวนการที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันสนิมและยืดอายุการใช้งานของวัสดุเหล็กได้อย่างยาวนาน การทำความเข้าใจในแต่ละขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมผิวไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะได้ชิ้นงานที่แข็งแรงและทนทาน ไม่ว่าจะเป็น เหล็กแผ่นรีดเย็น หรือเหล็กแผ่นชุบกัลวาไนซ์

NS-SUS พร้อมนำเสนอโซลูชันด้านเหล็กคุณภาพสูงที่หลากหลาย รวมถึงบริการชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “เป็นผู้นำในการให้บริการ ผลิตและจำหน่ายเหล็กเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรม” NS-SUS : Steel for Life

Related Article